Blog

รายวิชา การจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา

STEM Based Learning for Science

มหาวิทยาลัยมหิดล
MU-MOOC

  mu003
  เรียนฟรี
  ภาษาไทย
  เรียน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
  ใบประกาศนียบัตรออนไลน์
  เรียนตลอดเวลาอย่างเต็มรูปแบบ
  นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป

ไม่มีบัญชีใช่หรือไม่ | สมัครสมาชิก

รายวิชานี้ได้ปรับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนเป็น “การเรียนรู้ด้วยตนเองตามอัธยาศัย (Self-Paced)” ไม่มีทีมผู้สอนดูแลจัดการเรียนการสอนในรายวิชา

เกี่ยวกับรายวิชา

ความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับสะเต็มศึกษา (STEM EDUCATION) ปรัชญาและการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา ความแตกต่างระหว่างการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์แบบดั้งเดิมกับการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา การสร้างแผนการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา การสร้างแบบวัดประเมินผลการเรียนรู้ และการให้ข้อมูลย้อนกลับ (feedback) สำหรับการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

  1. บอกความหมายและความสำคัญของการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา
  2. อธิบายหลักการการจัดการเรียนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแนวทางสะเต็มศึกษา
  3. ยกตัวอย่างกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์แบบสะเต็มศึกษา
  4. วิเคราะห์และออกแบบแผนการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตามแนวทางที่ใช้สะเต็มเป็นฐาน
  5. ประยุกต์ใช้ STEM เพื่อบูรณการกับเหตุการณ์หรือปรากฏการณ์ที่พบในชีวิตประจำวันเพื่อการเรียนการสอน
  6. สร้างแบบวัดประเมินผลการเรียนรู้ สำหรับการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตามแนวทางที่ใช้สะเต็มเป็นฐาน

นโยบายการวัดประเมินผล

การวัดประเมินผลการเรียนรู้ พิจารณาจาก 3 ด้าน

  1. ความรับผิดชอบในการเข้าเรียนรู้บทเรียนจาก MOOC และการมีส่วนร่วม
    – การเข้าชั้นเรียนและพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมในชั้นเรียน 30%
  2. ความรู้ (Knowledge) ตามมาตรฐานกำหนด
    – แบบทดสอบ 30%
  3. ทักษะด้านปัญญา (Cognitive skills)
    – แบบทดสอบ 40%

ผู้สอน

รศ. ดร. วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ์
Deputy Dean for Educational Services of Salaya Campus & International BSc Program Coordinator
  wannapong.tri@mahidol.ac.th

อ. ดร. อาทร นกแก้ว
อาจารย์ประจำสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้
มหาวิทยาลัยมหิดล

“สื่อการสอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Thai MOOC (thaimooc.org)
และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตสิทธิ์แบบ Creative Commons ด้วยเงื่อนไข CC BY NC SA”